จะเชิญคู่สมรสและบุตรมาด้วยวีซ่า E-7 กิจกรรมเฉพาะทางได้อย่างไร
อ้างอิง: กระทรวงยุติธรรม 「คู่มือแนะนำงานบริการด้านการพำนักแยกตามสถานะ」 (ณ วันที่ 2026.11.02)คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือ E-7 สามารถเชิญมาด้วย วีซ่าผู้ติดตาม (F-3) ได้ กลุ่มที่เข้าข่ายคือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและยังไม่มีคู่สมรส ส่วนครอบครัวที่อยู่ในเกาหลีแล้วจะดำเนินการโดยการให้สถานะการพำนัก F-3 หรือการเปลี่ยนสถานะเป็น F-3
เตรียมเอกสารเหล่านี้ก็พอ
นี่คือเอกสารที่ใช้ตอนยื่นขอให้สถานะการพำนัก (เช่น บุตรที่เกิดในเกาหลี)
- เอกสารพื้นฐาน (แบบคำร้อง, หนังสือเดินทาง, รูปถ่ายมาตรฐาน 1 ใบ, ค่าธรรมเนียม)
- บัตรลงทะเบียนคนต่างชาติของบิดาหรือมารดา: ใช้พิสูจน์ว่าผู้ถือสถานะหลัก E-7 ลงทะเบียนอยู่ในเกาหลี
- หนังสือค้ำประกันตัวตน: เอกสารที่ค้ำประกันระหว่างการพำนัก
- เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ในครอบครัว: คู่สมรสใช้ใบสมรส บุตรใช้ใบเกิดหรือเอกสารพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ลูก
เอกสารราชการที่ออกจากประเทศต้นทางต้องครบตามเงื่อนไขทั้งหมดด้านล่างนี้
- แนบหนังสือรับรองของผู้แปล
- เอกสารจากประเทศภาคีอนุสัญญาต้องได้รับการรับรองแบบอะพอสทิล (Apostille)
- เอกสารจากประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี ต้องได้รับการรับรองโดยกงสุลจากสถานทูตหรือสถานกงสุลเกาหลีในประเทศนั้น
- กรณีจีน ให้พิสูจน์ด้วยบัตรประชาชน ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน (หูโข่วปู้) เป็นต้น
ขั้นตอน
- ถ้าครอบครัวอยู่ต่างประเทศ ให้เตรียมเอกสารความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้วยื่นขอวีซ่าผู้ติดตาม (F-3) ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลเกาหลี โดยทั่วไปผู้ถือ E-7 จะขอหนังสือรับรองการออกวีซ่า (사증발급인정서) ในเกาหลีก่อน แล้วส่งให้ครอบครัว
- ถ้าครอบครัวพำนักอย่างถูกกฎหมายในเกาหลีอยู่แล้ว ให้ยื่นขอเปลี่ยนสถานะการพำนักเป็น F-3 ทางไฮโคเรีย (hikorea.go.kr) หรือที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่
- อาจต้องมีใบรับรองแพทย์ตรวจวัณโรค ให้สอบถามสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าประเทศของท่านเข้าข่ายหรือไม่
⚠️ ข้อควรระวัง
- ครอบครัวที่เข้ามาด้วยวีซ่าระยะสั้นหรือเข้าโดยไม่ใช้วีซ่า จะเปลี่ยนเป็น F-3 ในเกาหลีได้เฉพาะกรณีมีเหตุผลด้านมนุษยธรรม เช่น การตั้งครรภ์ การคลอดบุตร การเลี้ยงดูบุตร หรือการเจ็บป่วย ในกรณีนี้ต้องมีเอกสารพิสูจน์ความสามารถทางการเงิน เช่น ค่าใช้จ่ายระหว่างพำนัก เอกสารพิสูจน์ที่อยู่ และหนังสือแสดงเหตุผลการเปลี่ยนสถานะด้วย
- ครอบครัวของผู้ถือวีซ่าฝึกอบรมเทคนิค (D-3) ไม่เข้าข่าย F-3
- ระยะเวลาพำนักที่อนุญาตเป็นไปตามเพดานของแต่ละสถานะการพำนักในกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมการเข้าออกประเทศ
- คู่สมรสที่เป็นผู้ใหญ่สามารถทำงานในอาชีพเฉพาะทางของ E-1 ถึง E-7 ได้ หากได้รับอนุญาตให้ทำกิจกรรมนอกสถานะการพำนัก ระยะเวลาที่อนุญาตไม่เกิน 1 ปี และต้องอยู่ในช่วงเวลาพำนักของตนเอง ห้ามทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
ถ้าบอกได้ว่าครอบครัวอยู่ต่างประเทศหรืออยู่ในเกาหลีแล้ว จะอธิบายรายละเอียดให้ตรงกับกรณีของท่านมากขึ้น กรุณาตรวจสอบเอกสารที่ถูกต้องอีกครั้งที่ไฮโคเรียหรือศูนย์ข้อมูลคนต่างชาติ (외국인종합안내센터) โทร 1345
แหล่งที่มาและหลักฐาน
- 체류민원 매뉴얼 · 동반(F-3) › 제출서류เอกสารสำหรับการให้สถานะและการเปลี่ยนสถานะเป็น F-3 และเกณฑ์พิสูจน์ความสัมพันธ์ในครอบครัว
- 체류민원 매뉴얼 · 동반(F-3) › 활동범위กลุ่มที่เข้าข่ายคือคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือ E-7 เป็นต้น (ยกเว้น D-3)
- 체류민원 매뉴얼 · 동반(F-3) › 체류자격외 활동ขอบเขตและระยะเวลาของการอนุญาตทำกิจกรรมนอกสถานะการพำนักสำหรับคู่สมรสที่เป็นผู้ใหญ่
คำถามที่เกี่ยวข้อง
การขยายระยะเวลาพำนักวีซ่า E-7 กิจกรรมเฉพาะ ยื่นได้ตั้งแต่เมื่อไร และใช้เอกสารอะไรบ้าง?ผู้ถือวีซ่า E-7 กิจกรรมเฉพาะ สามารถเปลี่ยนเป็นสถานะการพำนักอื่นได้ไหมวีซ่า E-7 กิจกรรมเฉพาะทาง ทำงานอะไรได้และทำอะไรไม่ได้บ้าง?ถ้าถือวีซ่า E-7 แล้วไปเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงานหรือไปพักร้อน จะมีปัญหากับวีซ่าไหมถ้าลาออกจากบริษัทที่ทำงานด้วยวีซ่า E-7 วีซ่าจะเป็นอย่างไรข้อมูลทั่วไปที่ K-VISA AI สรุปจากคู่มือกระทรวงยุติธรรม กฎหมาย และคำแนะนำจากหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดตรวจสอบขั้นสุดท้ายที่ HiKorea หรือศูนย์ข้อมูลชาวต่างชาติ (1345)
